จากสาวพังก์ยุค 90 สู่พลังหญิงเจเนอเรชันใหม่
Olivia Rodrigo นิยาม Girl Power ใหม่อย่างไร: จากสาวพังก์ยุค 90 สู่พลังหญิงเจเนอเรชันใหม่
ช่วงนี้คลิปสัมภาษณ์ของ Courtney Love หลังเดินพรมแดงออสการ์ปี 1997 ถูกสาว ๆ รุ่นใหม่หยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
ตอนนั้นเธอถูกนักวิจารณ์ร็อกผู้ชายตำหนิว่า “ไม่พังก์พอ” เพียงเพราะสวม Versace เดินพรมแดง แต่ Courtney Love ไม่ได้ยอมถอย เธอโต้กลับอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงสามารถชอบเสื้อผ้าสวย ๆ ได้ และแฟชั่นไม่ได้ทำให้ผู้หญิงสูญเสียท่าทีหรือจุดยืน คำพูดนี้กลับมาสร้างแรงสะท้อนในอีกหลายปีต่อมา และทำให้หลายคนเห็นว่าการจับจ้องและตัดสินนักดนตรีหญิงไม่เคยหายไปจริง ๆ

จาก Courtney Love ถึง Olivia Rodrigo
ถ้าฉากแบบนี้ฟังดูคุ้น ๆ นั่นก็เพราะเกือบ 30 ปีต่อมา บทสนทนาคล้ายกันเกิดขึ้นกับ Olivia Rodrigo อีกครั้ง
ในภาพลักษณ์อัลบั้ม ลุคซิงเกิล และการแสดงบนเวที Olivia มักสวมมินิเดรสกลิ่นอายนักเรียนเรือ เสื้อทรงตุ๊กตา กระโปรงสั้นพอง ๆ และรองเท้า Dr. Martens ลุคเหล่านี้มีกลิ่นอายสาวพังก์ยุค 90 ชัดเจน แต่ก็มีเสียงวิจารณ์บางส่วนว่าองค์ประกอบที่ดูเป็นเด็กสาวอาจถูกตีความว่า “ทำให้ดูเด็กเกินไป” หรือถูกทำให้เซ็กซี่เกินควร

แต่ Olivia ไม่ได้ขอโทษกับสิ่งที่เธอเลือกใส่
เธอชี้ให้เห็นตรง ๆ ว่าเด็กผู้หญิงมักถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กว่า อย่าแต่งตัวแบบนั้น ไม่อย่างนั้นถ้าถูกผู้ชายจ้องมองก็เป็นความผิดของเธอเอง เธอมองว่านั่นเป็นเรื่องแปลก เพราะเธอไม่ได้รู้สึกว่าลุคเหล่านั้นตั้งใจจะโชว์ความเซ็กซี่เลย
ความเป็นสาวไม่ได้แปลว่าไร้พลัง
แรงบันดาลใจของ Olivia มาจาก Courtney Love, Kathleen Hanna และนักดนตรีหญิงสายพังก์ยุค 90 อีกหลายคน

ในเวลานั้น สไตล์ Riot Grrrl และ punk girl มักหยิบไอเท็มที่ตามธรรมเนียมถูกมองว่า “เป็นผู้หญิง” หรือ “เป็นเด็กสาว” มาใช้ เช่น เดรสวินเทจ ลูกไม้ กระโปรงสั้นลายตาราง เดรสตุ๊กตา ถุงน่อง ชุดว่ายน้ำ หรือรองเท้า Mary Jane / Oxford สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเอาใจสายตาผู้ชาย แต่เป็นวิธีในการยึดภาพลักษณ์ของตัวเองกลับมา
พูดอีกอย่างคือ ความหวานไม่ได้แปลว่าอ่อนแอเสมอไป
มินิสเกิร์ตไม่ได้แปลว่าต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำเสมอไป
และความเป็นสาวก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครมานิยามแทน
Olivia ใส่จิตวิญญาณของนักดนตรีหญิงยุค 90 ลงในสไตล์ของเธอ ทำให้ความเป็นสาวไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกมอง แต่เป็นการแสดงออกที่เลือกเองและควบคุมเองได้
Girl Power ไม่ใช่แค่การแต่งตัว แต่คือการลงมือทำ
ความเชื่อมโยงของ Olivia Rodrigo กับวัฒนธรรมดนตรีหญิงยุค 90 ไม่ได้หยุดอยู่ที่เสื้อผ้า
เธอเคยพูดว่า Lilith Fair มีอิทธิพลต่อเส้นทางอาชีพของเธออย่างมาก Lilith Fair คือเทศกาลดนตรีหญิงที่ Sarah McLachlan นักร้องนักแต่งเพลงชาวแคนาดาก่อตั้งในปี 1997 โดยเน้นศิลปินหญิงและวงที่ผู้หญิงเป็นแกนนำ และเคยระดมทุนเพื่อการกุศลได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Olivia ก็สานต่อจิตวิญญาณนั้นในแบบของตัวเอง
เธอจัดเทศกาล Daisy Chain Fields ด้วยไลน์อัปที่ผู้หญิงเป็นศูนย์กลาง และสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ต้นฉบับยังระบุว่า Olivia และศิลปิน Daisy Chain Fields คนอื่น ๆ เลือกไม่รับค่าตัวจากงานนี้ด้วย
สวมพลังของผู้หญิงไว้บนตัว
จาก Courtney Love ถึง Olivia Rodrigo สิ่งที่แตะใจเราไม่ใช่แค่เดรสหนึ่งตัว รองเท้าบูทหนึ่งคู่ หรือชุดเวทีลุคใดลุคหนึ่ง
แต่คือการเตือนเราว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องขอโทษกับสไตล์ของตัวเอง
คุณสามารถชอบสีชมพู ลูกไม้ ลายตาราง และมินิสเกิร์ต พร้อมกับเป็นคนหนักแน่น มีความคิด และมีพลังได้ ความสวยและความขบถไม่ขัดกัน ความเป็นสาวและการยืนหยัดเพื่อตัวเองก็อยู่ร่วมกันได้
นี่คือ Girl Power ที่ Olivia Rodrigo พากลับมา
ไม่ใช่การเป็นในแบบที่คนอื่นคาดหวัง แต่คือการยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสวยงาม ชัดเจน และไม่ต้องขอโทษในแบบของตัวเอง

